วิธีสะเดาะเคราะห์แก้กรรม (การกระทำใน อดีต ปัจจุบัน)

การจะแก้ได้นั้นคงหนีไม่พ้นการบรรเทาด้วยสิ่งตรงกันข้าม

นิสัยที่เคยสะสมไว้ในอดีต ไม่ว่าจะอดีตชาติก็ดี หรือในชาติปัจจุบันก็ดี ล้วนส่งผลกระทบเสียๆ หายๆ มาให้เราได้เสมอ ทำให้เวลาทำอะไรผลที่ออกมาก็จะเป็นลบไปทั้งหมด เรื่องที่กำลังจะดีก็เกิดการติดขัด สะดุดบ้าง พยายามหาเหตุผลก็ไม่พบ แต่รู้หรือไม่อาการติดขัดเหล่านี้เราสามารถแก้ไข และเปลี่ยนแปลงและแก้ไขมันได้ด้วยตัวเรา เพื่อหนทางที่พบเจอกับความสงบ

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอพาทุกคนมาพบกับวิธีแก้กรรมที่เราเคยก่อ จนส่งผลเสียมายังนิสัยด้านลบที่เราเป็นมายังปัจจุบัน เพื่อเป็นตัวช่วยในการชี้ทางสว่างและพาทุกคนพบเจอแต่ความสำเร็จ และความสุข

ราคจริต

กรรม

อดีตชาติ : เคยสร้างบุญหวังผล มักมากในลาภยศ สมบัติ ดวงจิตมักจุติมาจากเปรตอสุรกาย

ปัจจุบัน  :  เจ้าเล่ห์ โอ้อวด ถือตัว ยึดรูป อารมณ์รุนแรง ช่างอิจฉาริษยา ขาดสมาธิ

วิธีแก้

– งดปรุงแต่งตัวเองบ้าง

– อยู่ในที่รก กินอาหารไม่น่ามองก็ได้

– พักมองชีวิตผู้อื่น

– หาเป้าหมายที่แน่ชัดในชีวิตตัวเอง

– ฝึกสมาธิให้เข้มแข็ง

– ควรเจริญอสุภกัมมัฏฐาน (กรรมฐานที่ยึดเอาของไม่งามเช่นซากศพ เป็นอารมณ์) และระลึกถึงอาการที่เกิดกับตัวเองว่าล้วนแต่เป็นสิ่งปฏิกูล

 

โมหจริต

กรรม

อดีตชาติ : จิตไม่ตั้งมั่นขณะบำเพ็ญบุญกุศล ชาติก่อนขี้เมา ไม่ชอบศึกษา ไม่คบบัณฑิต ดวงจิตมักจุติมาจากสัตว์ดิรัจฉาน

ปัจจุบัน  : หดหู่ เคลิบเคลิ้ม ฟุ้งซ่าน รำคาญ เคลือบแคลง ถืองมงาย ไม่เสียสละ

วิธีแก้

มุ่งมั่นตั้งเป้าหมายชีวิตให้ชัดเจน

– ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

– เรียนรู้สิ่งรอบตัว

– ลำดับความสำคัญในสิ่งที่ทำให้ได้

– อย่าทำอะไรซ้ำซาก หาความแปลกใหม่ให้กับชีวิตบ้าง

– อยู่ในที่กว้างขวาง มีอากาศโปร่ง

– ควรเจริญสติฝึกอานาปานสติให้มาก

 

โทสจริต

กรรม

อดีตชาติ : เคยให้ทานแล้วนึกเสียดาย เคยเข่นฆ่าทำลายหรือจองจำชีวิตอื่น ดวงจิตมักจุติมาจากนรก

ปัจจุบัน  : โกรธง่าย ตระหนี่ ขี้รำคาญ จิตขุ่นมัว ร้อนรุ่ม ลบหลู่คุณคน ขาดความเมตตา

วิธีแก้

– คิดก่อนพูด สงบอารมณ์ให้มาก

– เลิกเพ่งโทษผู้อื่น

– หมั่นสังเกตอารมณ์ตัวเองเป็นประจำ

– เปิดใจรับความคิดใหม่ๆ

– เติมความคิดสร้างสรรค์

– อยู่ในที่สงบ สะอาด สวยงาม

– ควรฝึกเจริญสติวัณณกสิณ (เพ่งสี)

– หมั่นแผ่ส่วนกุศลความดีให้แก่สรรพสัตว์

 

วิตกจริต

กรรม

อดีตชาติ : ขณะบำเพ็ญบุญกุศลนึกถึงแต่ความสนุก หลงกามคุณ เคยเกลียดชังปองร้ายทำลายความสุขผู้อื่น

ปัจจุบัน  : พูดมาก ไม่มั่นคง จับจด หยิบโหย่ง วิจารณ์ได้ แต่ทำไม่ได้ คิดพล่านไปต่างๆ นานา

วิธีแก้

ฝึกคิดทีละเรื่อง สร้างวินัยให้ตัวเอง

– พูดให้น้อยลงแล้วหัดมองโลกในแง่ดี

– อยู่ในที่สงบ เรียบง่าย ไม่ต้องตกแต่งมาก

– ควรฝึกอานาปานสติ เจริญสติให้มั่นคง

 

ศรัทธาจริต

กรรม

อดีตชาติ : บำเพ็ญบุญกุศลด้วยความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย เคร่งธรรมวินัย หมั่นฟังธรรม มีกุศลที่มั่นในศรัทธา

ปัจจุบัน  : ทำกรรมดีเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจเชื่อคนง่ายจนถูกหลอกหรือตัดสินใจผิดพลาด มุ่งแต่การบรรลุเป้าหมายที่ตนคิดว่าถูกต้อง

วิธีแก้

– ใช้ปัญญานำทาง อาศัยเหตุผลพิจารณาเรื่องต่างๆ

– ลดความยึดมั่นถือมั่นในตัวเอง บุคคลหรือความเชื่อ

– เลื่อมใสในสิ่งที่ควรเลื่อมใส

– ฟังธรรมพระอริยะ

– ควรฝึกกัมมัฏฐาน หมั่นน้อมจิตระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าและระลึกถึงธรรมอันทำบุคคลให้เป็นเทวดา

 

พุทธิจริต

กรรม

อดีตชาติ : บำเพ็ญบุญกุศลด้วยระลึกถึงวิปัสสนาปัญญา พิจารณาความไม่เที่ยงไม่มีตัวมีตน

ปัจจุบัน : ทำกรรมดีเป็นส่วนใหญ่ แต่หากต้องเผชิญพลังด้านลบ อาจเอาตัวไม่รอด จิตไม่มีพลัง ขาดความเป็นผู้นำ

วิธีแก้

– หมั่นประกอบความเพียร

– พัฒนาจิตใจให้มีพลังมากขึ้น

– อยู่กับธรรมชาติ

– ฝึกระลึกและรู้สึกตัว

– ควรเจริญกัมมัฏฐาน ฝึกพิจารณามรณานุสสติ ระลึกถึงความตาย ความสงบ เพื่อให้จิตเป็นอิสระจากความยึดถือว่าเป็นตัวตน

 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วจะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วส่วนหนึ่งสำหรับบางคนอาจไม่ได้มาจากการกระทำในอดีตชาติ แต่เป็นพฤติกรรมทาง อารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับทุกคนเมื่อรู้สึกไม่ดี หรือเจอสถานการณ์ที่ก่อให้เกิด สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนตัวเร้าทำให้พลังด้านลบถูกดูดเข้ามาหาเรา ซึ่งการจะแก้ได้นั้นคงหนีไม่พ้นการบรรเทาด้วยสิ่งตรงกันข้าม

ซึ่งจะทำให้เราเห็นว่าการที่จะขจัดวิบากกรรม พลังงานด้านลบนั้น ไม่ต้องพึ่งอะไรมากมายทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพราะตัวเรา เริ่มที่จะสงบ เริ่มมองเห็นคำสอนได้อย่างเข้าใจแล้วนำมาปรับใช้เพียงเท่านี้ กรรมเลว พลังลบ ที่เคยเกิดขึ้นกับเราก็จะหมดไป มีแต่สิ่งดีๆ เรื่องราวที่ทำให้มีความสุขเข้ามาในชีวิตเรานั่นเอง

ที่มา นิตยสาร Secret ฉบับเดือนมิถุนายน 2561