ช้อปเก่งแต่เสียดาย มาดูเทคนิคกูรูนักจัดบ้านให้คุ้มพื้นที่

ช้อปเก่งแต่เสียดาย ต้องรู้ เทคนิคจัดของให้คุ้มพื้นที่ ของธุรกิจจัดบ้านนักช้อปที่กำลังรุ่งสุดๆ 

เคยไหมทุกครั้งที่จัดบ้าน ขุดเจอเสื้อที่ลืมไปแล้วว่าเคยซื้อมา เจอเสื้อแบรนด์เนมสุดแพงแต่ไม่มีโอกาสได้ใช้สักที หรือมีข้าวของที่เต็มไปด้วยความทรงจำ เสียดาย..ไม่อยากทิ้ง แต่ก็ยัดลงตู้ไม่ไหวแล้ว คนเราช้อปมากขึ้น อยู่บ้านเฉยๆ ก็ยังไม่วายเห็นสิ่งล่อตาล่อใจ

 

วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต มาแชร์แก้ปัญหาของนักช้อป นักสะสม อดใจไม่ไหวซื้อจนเต็มบ้านบ้างก็มาจากนักจัดบ้านซึ่งเป็นธุรกิจรุ่งในช่วงนี้

 

คนโด มาริเอะ กูรูด้านการจัดบ้านชาวญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเทคนิคการทิ้ง ทิ้งทั้งความรู้สึกผิดและความเสียดาย เว้นไว้แต่ของที่มีคุณค่าทางจิตใจจริงๆ เท่านั้น โดยการเคลียร์ของ-จัดระเบียบบ้าน ได้แบ่งเป็น 5 หมวดตามลำดับคือ

  1. เสื้อผ้า
  2. หนังสือ
  3. เอกสาร
  4. ของจิปาถะ
  5. ของที่มีคุณค่าทางใจ

 

 

ส่วน นักจัดบ้านชาวจีน ไม่ได้แนะนำให้ทิ้ง หรือให้ซื้อน้อยลงเลย เขามีแนวคิดอันเป็นซิกเนเจอร์เลยก็คือ “ไม่มีสิ่งไร้ประโยชน์” แตกต่างกับวิธีการของคนโดะ มาริเอะ แต่ทีมงานของจีนจะสอนวิธีเก็บและใช้การออกแบบอย่างชาญฉลาด เพื่อไม่ให้กลับมารกซ้ำอีกครั้ง

 

เช่นนั้นกินอยู่เป็นขอแชร์แนวทางจัดระเบียบบ้านที่คนไทยนิยมใช้กันบ้าง

จัดระเบียบบ้านสไตล์นักช้อป พื้นที่จำกัด

 

  1. จัดเก็บของแนวตั้ง ไม่รก แถมวางได้อีกเยอะ ยังไงพื้นที่ด้านบนจนถึงเพดานก็ไม่ได้ใช้อะไรอยู่แล้ว เฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน (BUILT IN) ที่ติดผนัง เขาจึงนิยมทำสูงๆ และแนบกับผนังไงล่ะ
  2. ใช้กล่อง หรือลิ้นชักช่วยจัดระเบียบ วิธีนี้ทำให้ทำความสะอาดง่ายด้วย ฝุ่นไม่จับสิ่งของเพราะเก็บไว้ในกล่องแล้ว แต่วิธีนี้ต้องระวังกับคนขี้ลืม เพราะถ้าคุณไม่แยกหมวดหมู่ หรือมีป้ายกำกับไว้ สุดท้ายคุณก็ต้องเทลิ้นชักออก รื้อกล่องทุกครั้งที่ใช้อยู่ดี เพราะหาของไม่เจอ
  3. ซื้อเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเดียว แต่เป็นได้หลายอย่าง แม้ราคาจะสูงแต่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะช่วยประหยัดพื้นที่ เช่น เตียงที่มีใต้เตียงไว้เก็บของ โต๊ะกาแฟที่วางหนังสือได้ เอาที่ว่างที่เหลือไปวางของอย่างอื่นดีกว่า
  4. แยกของไว้ปันกัน ของที่ไม่ใช้แล้วแต่ยังสภาพ จะทิ้งก็น่าเสียดาย ส่งต่อให้คนอื่นต้องการ บริจาค หรือขายเป็นของมือสองถูกๆ ก็วินๆ ทั้งสองฝ่าย
  5. ทิ้ง ของชำรุด ของที่ขายไม่ได้แน่ๆ ให้ตัดใจแล้วทิ้งไปบ้างเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เหลือไว้แต่ของที่มีคุณค่าทางใจเอาไว้ก็พอ
  6. เช่าพื้นที่เก็บของ ถ้ามันสุดจริงๆ ทิ้งไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ คงต้องพึ่งห้องเก็บของรายเดือนแล้ว ซึ่งก็มีหลายเจ้าให้เช่า ซึ่งเราควรเลือกเช่าให้เหมาะกับขนาด และประเภทสิ่งของ ซึ่งกินอยู่เป็นเคยรวบรวมไว้แล้ว เปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจได้ ที่นี่