คุณเป็นคนแบบไหนดูได้ที่จริตมนุษย์ 6 ประเภท

“จริต” มนุษย์ 6 ประเภท

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า บางคนพ่อแม่ก็ดีดี มีน้ำใจ แต่ทำไมมีลูกขี้โมโห พ่อแม่ขี้งก แต่ทำไมลูกๆ กลับมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น หรือแม้แต่คนในครอบครัวเดียวกัน กลับมีนิสัยและมุมมองความคิดแตกต่างกัน นั่นเพราะนอกจากการอบรมเลี้ยงดู และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ แล้ว มนุษย์ยังมีความแตกต่างโดยธรรมชาติ จะเรียกว่าเป็นความลึกลับก็ได้ เพราะเท่าที่สังเกตมา ไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะเหมือนกันทุกอย่าง ในแต่ละคนจะต้องมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัว กินอยู่เป็น 360   องศาแห่งการใช้ชีวิตจึงพาทุกคนมาหาคำตอบว่าเรามีความพิเศษในตัวเองด้านใด

พุทธศาสนาสอนเรื่องนี้มานานกว่าสองพันปีโดยแบ่งความประพฤติจนชินเป็นนิสัยหรือ “จริต” ของมนุษย์ไว้ 6 ประเภท ตาม “คัมภีร์ปกรณ์วิเสสวิสุทธิมรรค” คัมภีร์สำคัญของพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท แต่งโดย พระพุทธโฆสาจารย์ แห่งสำนักมหาวิหาร ประเทศศรีลังกา ประมาณพุทธศักราช 956

ต้องเป๊ะ ต้องปัง : โทสจริต

คุณเป็นคนจริงจัง เจ้าระเบียบ ใจร้อน โมโหง่าย ชอบชี้นำ มีสภาวะจิต ขุ่นเคือง ขี้โกรธ ฉุนเฉียวง่าย พูดผิดสักคำได้เห็นดีกัน คาดหวังว่าโลกต้องเป็นอย่างที่ตัวเองคิด พูดตรงไปตรงมา ชอบชี้ถูกชี้ผิด เจ้าระเบียบ เคร่งกฎเกณฑ์ แต่งตัวประณีต สะอาดสะอ้าน พูดเสียงดัง เดินเร็ว

จุดแข็ง : อุทิศตัวทุ่มเทให้กับการงาน มีระเบียบวินัยสูง ตรงเวลา วิเคราะห์เก่ง มองอะไรตรงไปตรงมา มีความจริงใจต่อผู้อื่น สามารถพึ่งพาได้ พูดคำไหนคำนั้น ไม่ค่อยโลภ

จุดอ่อน : จิตขุ่นมัว ร้อนรุ่ม ขาดความเมตตา ไม่เป็นที่น่าคบค้าสมาคมของคนอื่น ไม่มีบารมี ขาดความคิดสร้างสรรค์ สร้างวจีกรรมเป็นประจำ มักมีโรคภัยไข้เจ็บ ได้ง่าย

รักสวยรักงาม : ราคจริต

คุณเป็นคนสุนทรีย์ในอารมณ์ รักสวย รักงาม มีสภาวะจิตที่หลงติดใน รูป กลิ่น เสียง และสัมผัสจนเป็นอารมณ์ มีลักษณะบุคลิกดี มีมาด น้ำเสียงนุ่มนวล ไพเราะ ติดในความสวยความงาม ความหอม ความไพเราะ ความอร่อย ไม่ชอบคิด แต่ช่างจินตนาการเพ้อฝัน

จุดแข็ง : มีความประณีตอ่อนไหว และละเอียดอ่อน ช่างสังเกต เก็บข้อมูลเก่ง มีบุคลิกหน้าตาเป็นที่ชื่นชอบและชื่นชมของผู้อื่น วาจาไพเราะเข้ากับคนอื่นได้ง่าย เหมาะกับงานด้านการติดต่อประสานงานและประชาสัมพันธ์ หรืองานที่ต้องใช้บุคลิกภาพ

จุดอ่อน : มักไม่มีสมาธิ ทำงานใหญ่ ได้ยาก ขาดเป้าหมายในชีวิต ไร้ความเป็นผู้นำ ขี้เกรงใจคน ขาดหลักการ ชอบพูดคำหวาน อารมณ์รุนแรง ขี้อิจฉาริษยา ถนัดเรื่องบำรุงปรุงแต่งตนเอง

 

จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ : โมหจริต

คุณเป็นคนชอบคิดฝัน ชอบสะสม ยิ้มง่าย พูดไม่เก่ง ไม่ค่อยมั่นใจตนเอง เชื่อคนง่าย ลักษณะของคนโมหจริต มักชอบง่วงเหงาหาวนอน ซึมเศร้าเป็นอาจิณ เบื่อๆ เซ็งๆ ดวงตาเศร้าๆ ซึ้งๆ พูดจาเบาๆ นุ่มนวลอ่อนโยน ยิ้มง่าย ไม่ค่อยมีอารมณ์ โกรธ ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่ชอบทำตัวเป็นจุดเด่น ขาดจุดมุ่งหมาย ไร้ความมั่นคง

จุดแข็ง : ไม่ฟุ้งซ่าน เข้าใจอะไรได้ง่ายและชัดเจน มักตัดสินใจอะไรได้ถูกต้อง ทำงานเก่ง โดยเฉพาะงานประจำ ไม่ค่อยทุกข์หรือเครียดมาก มักเป็นคนดี เป็นเพื่อนที่น่าคบ ไม่ทำร้ายใคร

จุดอ่อน : ไม่มีความมั่นใจ มองตัวเองต่ำกว่าความเป็นจริง โทษตัวเองเสมอ หมกมุ่น แต่เรื่องตัวเอง ไม่สนใจคนอื่น ไม่จัดระบบความคิด ทำให้เสมือนไม่มีความรู้ ไม่มีความเป็นผู้นำ ไม่ชอบเป็นจุดเด่น สมาธิอ่อน และเบื่อง่าย อารมณ์อ่อนไหวง่าย ขี้น้อยใจ

ใจโลเล : วิตกจริต

คุณเป็นคนชอบคิดการณ์ไกล แต่เปลี่ยนใจบ่อย หน้าตาไม่ค่อยสดชื่น พูดเก่ง ละเอียดลออ บุคคลวิตกจริตมักมีสภาวะจิตที่กังวลสับสนและวุ่นวาย มีลักษณะพูดเป็นน้ำไหลไฟดับ ความคิดพวยพุ่ง ฟุ้งซ่าน อยู่ในโลกความคิดไม่ใช่โลกความจริง มักมองโลกในแง่ร้ายว่าคนอื่น จะเอาเปรียบกลั่นแกล้ง หน้าบึ้งตึงไม่ค่อยยิ้ม เจ้ากี้เจ้าการ อัตตาสูง คิดว่าตัวเองเก่ง อยากรู้ อยากเห็นไปทุกเรื่อง ผัดวันประกันพรุ่ง

จุดแข็ง : เป็นนักคิดระดับเยี่ยมยอด มองอะไรทะลุปรุโปร่งหลายชั้น เป็นนักพูดที่เก่ง จูงใจคน เป็นผู้นำหลายวงการ ละเอียดรอบคอบ เจาะลึกในรายละเอียด เห็นความผิดเล็กผิดน้อยที่คนอื่นไม่เห็น

จุดอ่อน : มักมองจุดเล็กจนลืมภาพใหญ่ เปลี่ยนแปลงความคิดตลอดเวลา จุดยืนกลับไปกลับมา ไม่รักษาสัญญา มีแต่ความคิดไม่มีความรู้สึก ไม่มีวิจารณญาณ ลังเลมักตัดสินใจผิด ชอบทะเลาะวิวาท ทำร้ายจิตใจ เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น มักมีความทุกข์เพราะเห็นแต่ปัญหา แต่หาทางแก้ไม่ได้

ฉลาดคิด ฉลาดพูด : พุทธิจริต

คุณเป็นคนมีไหวพริบ จดจำเรียนรู้ ได้ดี มีปัญญาดี ประนีประนอม สุภาพ มีเมตตาสูง บุคคลผู้มีพุทธิจริตจะมีสภาวะจิตที่เน้นการใช้ปัญญาในการไตร่ตรองคิดหาเหตุผลมาแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตทั้งชีวิตส่วนตัว ชีวิตการทำงาน รวมทั้งสนใจเรื่องการยกระดับและพัฒนาจิตวิญญาณ มีลักษณะคิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลมองเรื่องต่าง ๆ ตามสภาพความเป็นจริงไม่ปรุงแต่ง พร้อมรับความคิดที่แตกต่างจากตนเอง ใฝ่เรียนรู้ ช่างสังเกต มีความเมตตา ไม่เอาเปรียบคน หน้าตาผ่องใส ตาเป็นประกาย ไม่ทุกข์

จุดแข็ง : สามารถเห็นเหตุเห็นผลได้ ชัดเจนและรู้วิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ อย่างถูกต้อง อัตตาต่ำ เปิดใจรับข้อเท็จจริง จิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่จมปลักในอดีต และไม่กังวลในสิ่งที่จะเกิดในอนาคต พัฒนาปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ  เป็นกัลยาณมิตร

จุดอ่อน : หากต้องเผชิญพลังด้านลบ อาจเอาตัวไม่รอด ไม่มีความเป็นผู้นำ จิตไม่มีพลังพอที่จะดึงดูดคนให้คล้อยตาม

มั่นใจในตัวเอง : ศรัทธาจริต

คุณเป็นคนนับถือตนเอง เสียสละ มีหลักการ มีศรัทธาแรงกล้าในสิ่งที่เชื่อถือ บุคคลศรัทธาจริตจะมีสภาวะจิตที่มีปรัชญา หรือหลักการของตัวเอง และพยายามผลักดันให้ตัวเองและผู้อื่นบรรลุถึงจุดหมายนั้น มีลักษณะยืดมั่นอย่างแรงกล้าในความเชื่อถือและความศรัทธา คิดว่าตัวเองเป็นคนดี น่าศรัทธา ประเสริฐกว่าคนอื่น เป็นคนจริงจัง พูดมีหลักการ

จุดแข็ง : มีพลังจิตสูงและเข้มแข็ง พร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น ต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองและสังคมไปสู่สภาพที่ดีกว่าเดิม     มีพลังขับเคลื่อนมหาศาล มีลักษณะความเป็นผู้นำใช้ความเชื่ออยู่

จุดอ่อน : หูเบาเหนือเหตุผล ถูกหลอกได้ง่าย ยิ่งศรัทธามาก ปัญญายิ่งลดน้อยลง จิตใจคับแคบไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่าง ไม่ประนีประนอม มองโลกเป็นขาวและดำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตนคิดว่าถูกต้อง ทำได้ทุกอย่างแม้แต่ใช้ความรุนแรง

หากในคนคนหนึ่งมีหลายจริตผสมผสานกันสองหรือสามก็ไม่แปลก เพราะเรามีกิเลสต่างๆเป็นแรงผลักดันแล้วแต่สถานการณ์ ในคัมภีร์วิมุตติมรรคยังจัดจริตที่คล้ายกันไว้ด้วยกัน เช่น ราคจริตกับศรัทธาจริต หรือ ราคโทสโมหจริตกับศรัทธาพุทธิวิตกจริต เรียกสภาวะนี้ได้ว่า “จริตประสม” แต่จะมีจริตอย่างหนึ่งเป็นจริตหลักที่แสดงให้เห็นชัดว่าเราเป็นคนอย่างไรพิจารณาตนเองแล้วว่าเป็นแบบไหน ก็ไม่ยากนักที่จะพัฒนาจุดแข็งและฝึกนิสัยกำจัดจุดอ่อนด้วยตนเอง เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าการหยั่งรู้อนาคต คือ การรู้จักตัวเอง

 

ขอบคุณข้อมูล

อนุสร จันทพันธ์ และบุญชัย โกศลธนากุล, จริต 6 ศาสตร์ในการอ่านใจคน. พิมพ์ครั้งที่ ๓๕ อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง, 2557

พระจินดา ฉนฺทธมฺโม, ศึกษาราคจริตในการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาในพุทธศาสนาเถรวาท (วิทยานิพนธ์). มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2559

จีรังจริต 6  : ทฤษฎีบุคลิกภาพตามแนวพุทธปรัชญา www.jirungrescrt.com